สีของรถแท็กซี่ ในต่างประเทศ สำคัญยังไง มักใช้สีอะไร

สีของรถแท็กซี่ ใน ต่างประเทศเป็นยังไง

ทุกคนน่าจะต้องเคยขึ้นรถแท็กซี่ บ้างไม่ว่าจะแท็กซี่ในประเทศไทยหรือ เวลาที่เดินทางไปต่างประเทศก็ตาม มีสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับรถ ประเภทนี้ก็คือ “สีของรถแท็กซี่”สีบนตัวถังของรถแท็กซี่ คือสิ่งที่ทำให้มันไม่เหมือนกับรถคันอื่นบนท้องถนน และถ้าเราสังเกตดีๆ จะพบว่า รถรับจ้างไม่ประจำทางในเมืองใหญ่อย่าง มหานครนิวยอร์กนั้นก็มีสีเหลืองทั้งหมด แต่พอตัดภาพกลับมาที่เมืองไทย ทำไมถึงมีมากมายหลากหลายสี   เบื้องหลังและความคิดของสีที่อยู่บนรถแท็กซี่ ว่าทำไมรถประเภทนี้ต้องมีสีอย่างที่เราเห็น ทำไมรถแท็กซี่ในอเมริกา เช่น นิวยอร์กจึงต้องมีตัวรถเป็นสีเหลือง และทำไมรถแท็กซี่ในเมืองไทยถึงได้มี สีเขียว เหลือง หรือ เขียวแกมเหลือง


ก่อนที่เราจะเข้าใจคำตอบของชุดคำถามเหล่านั้น  ต้องย้อนเวลากลับไปในยุคแรกๆ ที่แท็กซี่ถือกำเนิดขึ้นมาก่อน รถแท็กซี่ในนิวยอร์กถึงใช้สีเหลือง?เดิมทีรถแท็กซี่ในเมืองใหญ่อย่าง The Big Apple หรือนิวยอร์กซิตี้ เป็นรถสีดำธรรมดา บุคคลทั่วไปสามารถเรียกหรือโบกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ด้วยเพราะมันเป็นสีดำซึ่งเป็นสีพื้นทั่วๆ ไป คนที่จะใช้บริการจึงเกิดความสับสนกับรถของสามัญชนคนธรรมดาในปี ค.ศ.1908

 นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันนามว่า อัลเบิร์ต ร็อคเวลล์ (Albert Rockwell) ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับรถแท็กซี่ผุดไอเดียใหม่ หลังจากได้นั่งทบทวนว่า “เอ๊ะ ถ้ารถแท็กซี่เป็นสีดำ แล้วคนสับสน มองเห็นยาก ทำไมเราไม่เปลี่ยนเป็นสีอื่น?”เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาตัดสินใจเปลี่ยนสีรถแท็กซี่ในบริษัทของเขาทั้งหมด จากสีพื้นดำสนิท ให้กลายเป็นสีเหลือง สดใส มองเห็นได้แม้ตัวรถอยู่ไกล 

 

สีรถแท็กซี่หลังจากนั้น 7 ปี ก็มีชายอีกคนหนึ่ง ชื่อว่า จอห์น เฮิตซ์ (John Hertz) ซึ่งคนนี้อาศัยในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ เขามีความคิดอยากจะทำธุรกิจเกี่ยวกับรถรับจ้างไม่ประจำทางเช่นกัน และมีความคิดเหมือนกับ อัลเบิร์ต ว่าสีของรถแท็กซี่ ต้องมีความแตกต่างจากสีของรถทั่วๆ ไป เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารเกิดความสับสนจอห์น เฮิตซ์  จึงทำการค้นคว้าหาข้อมูล ว่าจะใช้สีอะไรดี และในที่สุดเขาก็พบกับงานวิจัยของมหาวิทยาลัยชื่อดัง “University of Chicago” ในงานวิจัยมีใจความว่า หากมองด้วยตาเปล่า

ทำไม ส่วนใหญ๋ต้องมี สีเหลือง

สีเหลือง จะเป็นสีที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากระยะไกล เมื่อได้ความเช่นนี้ เขาเลยเลือกที่จะใช้สีเหลืองเป็นสีของรถรับจ้างในบริษัท ซึ่งเป็นประโยชน์กับทั้งคนขับและผู้โดยสารนั่นเอง ถัดมาในปี 1967 ทางรัฐนิวยอร์ก ได้ทำการออกข้อกำหนดกฏเกณฑ์อย่างชัดเลยว่า ต่อไปนี้รถแท็กซี่ทุกคันในเมือง ต้องใช้ตัวถังเป็นสีเหลืองเท่านั้น โดยใช้เหตุผลเดียวกับที่จอห์น เฮิตซ์ เคยใช้นั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยออกมาสนับสนุนอีกว่า รถยนตร์ที่มีสีเหลือง มีโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่า เนื้อความของงานวิจัยบอกว่า รถแท็กซี่สีเหลือง มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุน้อยว่ารถแท็กซี่สีฟ้า 6 คัน จากจำนวน 1000 คัน ต่อหนึ่งเดือน 


ทำไมรถแท็กซี่ในเมืองไทยถึงมีหลายสี

ตัดภาพกลับมาที่ประเทศไทยที่มีรถแท็กซี่หลากสี แน่นอนว่า ทุกสี ล้วนมีเหตุผลเดียวกัน คือ การมองเห็นได้อย่างชัดเจน และความแตกต่างจากรถยนตร์ทั่วไป เพราะน้อยคนคงจะใช้รถยนต ส่วนตัวสีชมพูหรือสีเขียวสีรถแท็กซี่อย่างไรก็ตาม



 หากเพื่อนๆ สังเกตดูดีๆ จะพบว่า เขาแบ่งรถประเภทนี้ออกเป็น 2 กลุ่ม 

1. รถแท็กซี่ที่มีสีเดียวทั้งคัน รถที่มีสีเดียวทั้งคัน หมายถึง รถที่เป็นของสหกรณ์, บริษัท หรือ ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมวิ่งกับ ‘สหกรณ์’ หรือ ‘บริษัท’ นั้นๆ อาจจะเป็นสีเขียวล้วน หรือสีฟ้าล้วนก็ได้ตามกฏหมายของการขนส่งทางบก ระบุว่า ผู้ใดที่ต้องการมีรถแท็กซี่มากกว่า 1 คัน ต้องจดทะเบียนรถรับจ้างเหล่านี้ในรูปของ ‘สหกรณ์’ หรือ ‘บริษัท’ และให้กำหนดสีประจำ ‘สหกรณ์’ หรือ ‘บริษัท’ ตนเอง พร้อมยื่นคำร้องต่อกรมการขนส่งทางบก และห้ามมีสีซ้ำกัน


2. รถแท็กซี่ที่มี 2 สี ในคันเดียว หมายความว่า รถแท็กซี่ ประเภทนี้ เป็นรถแท็กซี่ส่วนบุคคล สำหรับประชาชนคนทั่วไป ที่มีรถแท็กซี่เอาไว้ขับเป็นของตนเอง ไม่ได้อยู่ภายใต้บริษัทใด หรือองค์กรใดๆ โดยหลักการ จะเป็นแบบนี้ครับ กรมการขนทางบกกำหนดให้ใช้ สีเขียว-เหลือง และ 1 คน สามารถมีรถแท็กซี่ได้เพียง 1 คัน เท่านั้นครับ

 เนื้อหาจาก : สนธยา สุตภักดิ์

เดียววันหลังจะมาเล่า แท๊กซี่ ที่ อังกฤษ และ ยุโรป




Comment